โรงพยาบาลเมดพาร์ค อยู่ที่ไหน

ไทยแลนด์ เยลโล่เพจเจส

โดย บริษัท เทเลอินโฟ มีเดีย จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือเอไอเอส ในฐานะผู้นำที่ไม่เคยหยุดพัฒนาบริการที่ดีที่สุดด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ผ่านเว็บไซต์รวมสินค้าและบริการ จากผู้ประกอบการที่เชื่อถือได้ มีการตรวจสอบและยืนยันตัวตนจริง และครอบคลุมทุกหมวดธุรกิจมากที่สุดในประเทศ เราจะมอบบริการที่เหนือความคาดหมาย จากทีมงานคุณภาพ

พฤษภาคม 6, 2021 | By Techsauce Team

โรงพยาบาลเมดพาร์ค (MedPark) โครงการโรงพยาบาลเอกชนสุดหรูย่านพระราม 4 เคยถูกจับตาและเป็นประเด็นที่ร้อนแรง ด้วยมูลค่าการลงทุนในเฟสแรกสูงถึง 7,000 ล้านบาท แถมยังก่อสร้างอยู่ข้างโครงการ The PARQ ซึ่งเป็นอาณาจักร Mixed-Use ของ "เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี" ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเจ้าสัวเจริญ จะหันมารุกธุรกิจโรงพยาบาลหรือไม่? แต่ท้ายที่สุดสิ่งที่หลายคนสงสัยก็ได้ถูกคลี่คลาย โดยเจ้าสัวเจริญ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการก่อตั้งหรือมีแผนจะเข้ามาถือหุ้นใน MedPark  แต่อย่างใด โรงพยาบาลแค่มาเช่าพื้นที่ของเจ้าสัวเจริญในการพัฒนาโครงการเท่านั้น แล้วเจ้าของที่แท้จริงของ MedPark คือใคร วันนี้ Techsauce จะพาไปรู้จักกันในบทความนี้ 

โรงพยาบาลเมดพาร์ค อยู่ที่ไหน

MedPark ก่อตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของคณะแพทย์หลากหลายสาขา และบริษัทโรงพยาบาลมหาชัย จำกัด (มหาชน) บริหารงานโดยทีมแพทย์และผู้บริหารที่มีประสบการณ์มากถึง 30 ปี นำโดย นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช ประธานกรรมการบริหาร เครือบริษัท โรงพยาบาลมหาชัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับรางวัล Thailand Sustainability Investment 2019 และ 2020 อดีตนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน หนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคมโรงพยาบาลเอกชนแห่งอาเซียน และ ศ.นพ. สิน อนุราษฎร์ อดีตอาจารย์โรงเรียนแพทย์ประจำ University of Iowa และ Texas Tech University สหรัฐอเมริกา อดีตผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนระดับนานาชาติ เป็นผู้ริเริ่มและผลักดัน ให้เกิด Medical Tourism ในประเทศไทย และได้รับรางวัล Lifetime Achievement Award ประจำปี 2018 ของ Hospital Management Asia

โรงพยาบาลเมดพาร์ค อยู่ที่ไหน

โดย MedPark มีสัดส่วนการถือหุ้น ดังนี้

1.บริษัท โรงพยาบาลมหาชัย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วน 42.50% 

2.บริษัท ทีพีพี โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วน 25%  ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อย

โรงพยาบาลเมดพาร์คตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจแห่งใหม่บนถนนพระราม 4 ประกอบด้วยอาคาร 25 ชั้น พื้นที่ประมาณ 90,000 ตารางเมตร มีแพทย์เฉพาะทางกว่า 30 สาขา  โดยโรงพยาบาลเมดพาร์คเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 และเมื่อเปิดให้บริการเต็มที่ จะสามารถให้บริการด้วยห้องตรวจผู้ป่วยนอกถึง 300 ห้อง สามารถรองรับผู้ป่วยค้างคืนได้ 550 เตียง โดยมีจำนวนเตียงผู้ป่วยวิกฤต 130 เตียง จัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือที่ก้าวหน้าอย่างครบครัน อาทิ PET-CT, MRI 3 Tesla, SPECT-CT, Nuclear Medicine, Radiation Therapy (เครื่อง LINAC), Bone Marrow Transplantation Unit  และ Hybrid Operating Theater เป็นต้น

โรงพยาบาลเมดพาร์ค อยู่ที่ไหน

ซึ่งโรงพยาบาลเมดพาร์ค มีวัตถุประสงค์ชัดเจนที่จะดึงศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ของไทยมาร่วมกันให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มขีดความสามารถ ใช้แนวคิดและการปฏิบัติแบบ Integrated Care คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วยเป็นสำคัญ  พร้อมมอบคุณค่าของการรักษา  (Value-Based Care)  ดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วยในสังคมปัจจุบัน 

โรงพยาบาลเมดพาร์ค อยู่ที่ไหน

ที่สำคัญโรงพยาบาลเมดพาร์คยังส่งเสริมการศึกษาและงานวิจัย  เพื่อสนับสนุนให้เพิ่มพูนองค์ความรู้ของบุคลากรให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการรักษาพยาบาลและดูแลผู้ป่วย มีการวางแผนในการดูแลผู้ป่วยวิกฤต มีความพร้อมในการรักษาโรคยากและมีความซับซ้อน มุ่งสู่การรักษาระดับจตุตถภูมิ (Quaternary Care)  และเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาคเอเซียอาคเนย์

เราก็ต้องจับตาดูการลงทุนในเฟสถัดไปของ MedPark ว่าจะมีนายทุนเจ้าไหนมาร่วมลงเรือลำเดียวกันหรือไม่ เพราะด้วยทำเลที่มีศักยภาพ รวมถึงเทรนด์ของธุรกิจโรงพยาบาลและศูนย์ดูแลสุขภาพกำลังมาแรงหลังเกิดสถานการณ์โรคระบาดแบบนี้ ซึ่งทำให้ผู้บริโภคหลายคนหันมาดูแลสุขภาพและเลือกมองหาโรงพยาบาลที่ดีสุดในการเข้าใช้บริการมากขึ้น 

แหล่งข้อมูล : medparkhospital

Hospital Management Leadership

โรงพยาบาลเมดพาร์ค ก่อตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของคณะแพทย์หลากหลายสาขา และ บริษัท โรงพยาบาลมหาชัย จำกัด (มหาชน) บริหารงานโดยทีมแพทย์และผู้บริหารที่มีประสบการณ์มาถึง 30 ปี นำโดย นายแพทย์พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช ประธานกรรมการบริหารเครือบริษัท โรงพยาบาลมหาชัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับรางวัล Thailand Sustainability Investment 2019 อดีตนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน หนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคมโรงพยาบาลเอกชนแห่งอาเซียน และ ศาสตราจารย์นายแพทย์สิน อนุราษฎร์  อดีตอาจารย์โรงเรียนแพทย์ในสหรัฐอเมริกา อดีตผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนระดับนานาชาติ เป็นผู้ริเริ่มและผลักดันให้เกิด Medical Tourism ในประเทศไทย และได้รับรางวัล Lifetime Achievement Award ประจำปี 2018 ของ Hospital Management Asia

การออกแบบอาคาร

MedPark เป็นโรงพยาบาลขนาด 500 เตียง ถูกออกแบบมาให้เป็นโรงพยาบาลระดับจตุตถภูมิหรือ Quaternary ที่เน้นการรักษาโรคที่ซับซ้อนโดยเฉพาะ  ทุกรายละเอียดของการออกแบบจึงคำนึงถึงฟังก์ชั่นการใช้งาน และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียด เพื่อให้ผู้ป่วย ญาติ ผู้ใช้บริการมีความมั่นใจ อบอุ่นใจเมื่อมาใช้บริการ  และสนับสนุนการทำงานของแพทย์ พยาบาล และผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลทุกคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ตั้งกลางเมือง ล้อมรอบด้วยสีเขียว

Med Park อยู่ในทำเลทองของกรุงเทพฯ เมืองศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ติดถนนใหญ่ในใจกลางเมืองใกล้ศูนย์กลางทางธุรกิจ และล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียว ตัวโรงพยาบาลหันหน้าเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของไทย และบางกระเจ้า พื้นที่สีเขียวที่ใหญ่ที่สุดและเป็นปอดของกรุงเทพฯ   ส่วนด้านหลังของโรงพยาบาล หันไปทางทิศเหนือ มองเห็นวิวทะเลสาบและสวนป่าเบญจกิติ หรือสวนโรงงานยาสูบเดิม ที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 320 ไร่

ด้วยทำเลที่ตั้งดีเยี่ยมล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียว การออกแบบ  Med Park จึงเน้นการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติรอบๆ ทั้งการวางอาคารตามทิศทางแดด และลม เพื่อให้ได้รับแสงธรรมชาติ และลดวามร้อน และออกแบบให้ต้นไม้สีเขียวเป็นส่วนสำคัญในการจัดพื้นที่ภายในโรงพยาบาล โดยมีการนำต้นไม้ พรรณไม้ประดับ และพื้นที่สีเขียว ตกแต่งอยู่ในทุกมุม เพิ่มบรรยากาศผ่อนคลาย สดชื่น เติมพลังชีวิตให้กับทุกคนภายในโรงพยาบาล

อาคารมาตรฐานเขียว (LEED) เพื่อโลกยั่งยืน

Med Park ออกแบบโดยยึดมาตรฐาน LEED หรือ Leadership in Energy and Environmental Design ซึ่งเป็นเกณฑ์การประเมินระดับนานาชาติที่ดำเนินการโดย  U.S. Green Building Council (USGBC) ในประเทศสหรัฐอเมริกา   อาคารที่สร้างตามมาตรฐาน LEED ที่มีเป้าหมายหลัก ได้แก่ การลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ การส่งเสริมสุขภาพของคน การใช้วัสดุที่รีไซเคิลได้ การสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจเขียว (Green Economy) การสร้างสังคมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี  การปกป้องทรัพยากรน้ำ และการส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ

อาคารของ Med Park จึงถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงเป้าหมายเหล่านี้  อาทิ การใช้ผนังกระจก 4 ชั้น เพื่อกรองแสงแดดและลดความร้อนไม่ให้เข้ามาในตัวอาคาร เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในการทำความเย็น  การนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วมาใช้รดต้นไม้ด้วยระบบน้ำหยดเพื่อไม่ให้สูญเสียน้ำจากการระเหย การเลือกใช้วัสดุต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเตรียมงานระบบทุกด้าน งานระบบต่างๆ ออกแบบโดยคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ปฏิบัติงานและผู้ใช้บริการ

การออกแบบภายในอาคาร

นอกจากการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมแล้ว Med Park ยังคงใช้หลัก customer centric หรือ การออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ป่วย ผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ เน้นแนวคิดการออกแบบและตกแต่งอย่างเรียบหรูมีสไตล์ทันสมัยแต่แฝงความอบอุ่นผ่อนคลาย ด้วยการออกแบบอาคารให้โล่ง โปร่ง สามารถมองทะลุออกไปเห็นต้นไม้สีเขียวภายนอกได้  มี skylight เปิดรับแสงธรรมชาติที่นุ่มนวล อบอุ่นให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง การประดับตกแต่งด้วยต้นไม้ที่ทำให้ผู้ป่วยและผู้ใช้บริการสามารถเห็นสีเขียวรายล้อมรอบตัวได้ตลอดเวลาและในทุกมุมมอง สร้างบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกสดชื่น ช่วยผ่อนคลายความเครียด ลดความกังวล  การเลือกใช้โทนสีที่กลมกลืนกับธรรมชาติ การเลือกใช้สีที่ไม่มีกลิ่น ไม่มีสารระเหย และให้กลิ่นหอม สะอาด เพื่อความผ่อนคลายได้มากขึ้น  การตกแต่งตามที่ต่างๆ ด้วยประติมากรรมและภาพวาดที่สะท้อนความทันสมัย สบายใจ และสบายตา

บริเวณต้อนรับผู้ป่วยนอก (OPD) ออกแบบให้เป็นโถงใหญ่ โปร่ง โล่ง วางตำแหน่งจุดบริการต่างๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ขณะเดียวกัน ผู้ป่วย ญาติ ผู้มาติดต่อและใช้บริการสามารถรับบริการได้อย่างไม่แออัด และมีพื้นที่ว่างรอบตัวเพิ่มความปลอดภัย เป็นส่วนตัว และความผ่อนคลาย   นอกจากนี้ยังได้จัดพื้นที่สำหรับกิจกรรม อาทิ การแสดงดนตรีเพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ใช้บริการได้รู้สึกผ่อนคลาย มีความสุข  Med Park ได้ผสานธรรมชาติและเทคโนโลยีเข้าด้วยกันโดยการจัดสวนขนาดย่อมที่สร้างความสดชื่น  การติดตั้งจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ไว้ได้อย่างกลมกลืน

ระบบไฟส่องสว่างในบริเวณทางเดิน ลิฟต์ และในส่วนต่างๆ ที่ให้บริการแก่ผู้ป่วยและญาติ และการรักษา Med Park ได้เลือกใช้ไฟ LED ที่ให้ความสว่าง แต่ไม่จ้าจนระคายเคืองสายตา  มีการวางตำแหน่งไฟส่องสว่างที่จะไม่รบกวนสายตาของผู้ป่วยที่ต้องใช้รถเข็น หรือรถนอน ขณะเดียวกันก็อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่

ห้องพักผู้ป่วย

ห้องพักผู้ป่วยแต่ละห้อง เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ออกแบบมาให้แพทย์และพยาบาลสามารถเข้าถึงตัวผู้ป่วยได้เร็วที่สุด มีการแบ่งพื้นที่สำหรับผู้ป่วยและญาติอย่างลงตัว และให้ความเป็นส่วนตัวทั้งแก่ญาติและผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่   

Med Park ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยและความสะอาดเป็นอย่างมาก จึงได้ออกแบบห้องพักผู้ป่วยเป็นผนังเรียบ และซ่อนชั้นวางของและตู้ไว้หลังผนัง มีการลบเหลี่ยมมุมของเฟอร์นิเจอร์และมุมห้อง เพื่อให้สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ไม่มีจุดที่จะสะสมเชื้อโรคได้ ขณะเดียวกันการที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ยื่นออกมาจากผนังยังทำให้ห้องพักผู้ป่วยกว้างขวาง โล่ง โปร่งตา พื้นปูด้วยไม้ลามิเนทที่มีคุณภาพสูงมาตรฐานยุโรปที่ให้ความความสวยงาม ประหยัด และทำความสะอาดง่าย  มุมประตูห้องน้ำ ออกแบบให้เป็นแนวโค้ง เพื่อเพิ่มพื้นที่และให้ความสะดวกในการเข็นเตียงและรถเข็นผู้ป่วยเข้าออก  ประตูห้องน้ำเป็นบานสวิงเพื่อลดเสียงในการเปิดปิดประตู  มีอ่างล้างมือแยกสำหรับแพทย์ และญาติที่มาเฝ้าไข้ทั้งเพื่อความสะดวกและเพื่อการรักษาความสะอาดปลอดเชื้อ  นอจากนี้ ยังเลือกใช้สุขภัณฑ์ชนิดแขวนผนังที่ทำความสะอาดง่ายเพื่อลดการสะสมเชื้อโรค

เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ  เลือกใช้ที่มีวัสดุคุณภาพสูง และออกแบบมาให้ประหยัดเนื้อที่ แต่สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและสะดวกสบาย โซฟาด้านในออกแบบและสั่งทำเป็นพิเศษ และมีเบาะนั่งหนา 6-8 นิ้ว ที่สามารถยกขึ้น เพื่อใส่ผ้าปู ปรับเป็นเตียงนอนสำหรับญาติที่มาเฝ้าไข้ได้ทันที โดยมีม่านกั้นระหว่างเตียงผู้ป่วยและญาติเพื่อความเป็นส่วนตัวของทุกคน  ผ้าม่านออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้มีรอยพับเมื่อรูดเปิดปิดเพื่อลดการสะสมเชื้อโรค โดยเป็นผ้าม่านที่สั่งทำเป็นพิเศษจาก Pasaya ใช้วัสดุที่กันน้ำกันฝุ่น ชณะเดียวกันก็ยังให้สัมผัสที่นุ่มนวล มีสีสันและลวดลายที่เรียบหรู สอดคล้องกับโทนการตกแต่งโดยรวม

นอกจากนี้ Med Park ยังได้เตรียมห้องพักผู้ป่วยวีไอพี ที่มีพื้นที่กว้าง 100 ตารางเมตร มีการแบ่งพื้นที่ห้องผู้ป่วยให้เป็นห้องทำงานไปในตัว เพื่อสนองความต้องการของผู้ป่วยที่เป็นนักธุรกิจ หรือผู้บริหาร ที่ยังคงต้องประชุมหรือทำงานในขณะรักษาตัวหรือพักฟื้นที่โรงพยาบาล  และมีห้องพักของญาติแยกเป็นสัดส่วนออกมา

ห้องพักผู้ป่วยที่เปลี่ยนเป็น ICU ได้

ด้วยจุดยืนในการเป็นศูนย์กลางการรักษาโรคซับซ้อนที่ครบวงจรในประเทศไทย  Med Park ได้ออกแบบให้สามารถเปลี่ยนห้องพักผู้ป่วยวีไอพีจำนวน 18 ห้องเป็นห้อง ICU ได้ทันที เพียงนำเครื่องมือที่จำเป็น เช่น เครื่องล้างไตแบบเคลื่อนที่ เข้ามาติดตั้ง  เนื่องจากได้มีการวางระบบต่างๆ ไว้รองรับ อาทิ ระบบปรับอากาศที่ปลอดเชื้อ

ICU

Med Park มีห้อง ICU มากถึง 130 ห้อง หรือคิดเป็น 30% จำนวนห้องพักผู้ป่วยทั้งหมด ซึ่งถือว่ามีอัตราส่วน ICU ต่อจำนวนเตียงสูงที่สุด  สามารถรองรับผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษได้อย่างเพียงพอ  รวมทั้งมีการจัดพื้นที่สำหรับพยาบาลนั่งเฝ้าหน้าห้องผู้ป่วยวิกฤต เพื่อติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด และสามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที โดยจะมีอัตราส่วนของพยาบาลต่อผู้ป่วยในหออภิบาลผู้ป่วยหนักคือ 1:1 

ห้องตรวจโรค

ที่ Med Park บรรยากาศในห้องตรวจโรคจะค่อนข้างผ่อนคลาย  โดยแพทย์และคนไข้จะไม่นั่งเผชิญหน้ากันโดยตรง แต่จะนั่งหันข้างให้กันเช่นเดียวกับที่เพื่อนหรือคนในครอบครัวนั่งคุยกัน   การสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายใจที่จะเล่าอาการให้แพทย์ฟังได้อย่างละเอียดมากขึ้น และแพทย์จะได้รับข้อมูลที่เพียงพอช่วยให้การวินิจฉัยโรค และการติดตามอาการเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เป็นแบบ Modular ซึ่งจะให้ความสะดวกในการติดตั้ง และปรับขนาดให้เหมาะกับความต้องการตามการใช้งานของแต่ละแผนกหรือแพทย์แต่ละท่านได้สะดวก

การวางตำแหน่งแต่ละแผนก

ทีมแพทย์ของ Med Park ทีมสถาปนิก และทีมวิศวกรของโครงการ ร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาลักษณะของโรค วิธีการรักษา แนวทางทางการออกแบบ และเทคนิคการก่อสร้างที่ทันสมัย เพื่อให้สามารถวางตำแหน่งแต่ละแผนกให้เหมาะสม โดยจัดให้กลุ่มโรคที่มีอาการเกี่ยวเนื่องกันอยู่ใกล้กัน เพื่อให้แพทย์และพยาบาลสามารถส่งต่อและดูแลผู้ป่วยที่มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาในการเคลื่อนย้ายเครื่องมือ อุปกรณ์และทีมแพทย์

ส่วนพักผ่อนของแพทย์

ชั้น 10 เป็นส่วนพักผ่อนของแพทย์ ภายในอาคาร เป็นห้องโถงกว้าง แบ่งเป็นโซนรับประทนอาหาร และโซนพักผ่อนอเนกประสงค์ จัดที่นั่งที่ให้แพทย์นั่งพักผ่อนได้เป็นกลุ่มและเดี่ยว และ co-working space ที่เปิดโอกาสให้แพทย์ทุกสาขามาพักผ่อน และพบปะกับเพื่อนร่วมอาชีพ สร้างความสัมพันธ์และทีมเวิร์คที่แข็งแรง สามารถคุยกันทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการเรื่องโรคและเทคโนโลยีในการรักษา เพื่อต่อยอดและแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ต่างสาขาความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการรักษาโดยเฉพาะในกลุ่มโรคซับซ้อนและมีความเกี่ยวเนื่องกันในหลายระบบ  นอกจากนี้ยังมี sleeping pod ให้แพทย์และเจ้าหน้าที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่หลังจากเหนื่อยล้ากับการทำงานและดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีแรงมีสมาธิในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีต่อไป

สวนลอยฟ้า

จากกฎหมายระยะร่นและที่ว่างอาคาร ทีมออกแบบของ Med Park จึงใช้ประโยชน์จากที่ว่างที่ชั้น 5 และชั้น 10 ให้เป็นประโยชน์ด้วยการสร้างสวนลอยฟ้า เพิ่มพื้นที่สีเขียว ที่สอดคล้องกับแนวทางการออกแบบอาคารทั้งหมด

สวนลอยฟ้าที่ชั้น 5

บริเวณชั้น 5 ได้กำหนดให้เป็นแผนกโรคกระดูกและข้อ รวมทั้งสปาเพื่อการบำบัด สวนลอยฟ้าที่ชั้น 5 จึงใช้เป็นพื้นที่กายภาพบำบัดกลางแจ้ง โดยวางตำแหน่งให้อยู่ทางทิศเหนือ รับแสงธรรมชาติที่นุ่มนวล ไม่จ้าและร้อนจนเกินไป  นอกจากการจัดสวนพรรณไม้สีเขียวที่ร่มรื่นแล้ว ยังได้ใช้วัสดุที่พื้นผิวแตกต่างกันในการทำพื้นและทางเดิน ทั้งทราย กรวด หญ้า เพื่อให้ผู้ป่วยได้สัมผัสกับพื้นผิวที่แตกต่างในการฟื้นฟูร่างกายเป็นการบำบัดทางกายภาพ  ผู้ป่วยโรคข้อและโรคทางสมอง หรือแผนกอื่นๆ สามารถมาใช้บริการได้สะดวก

สวนลอยฟ้าที่ชั้น 10

สวนลอยฟ้าที่ชั้น 10 อยู่บริเวณเดียวกันกับห้องพักแพทย์ เพื่อให้ความร่มรื่น ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการรักษาผู้ป่วยเป็นเวลานาน  บริเวณสวนจัดตกแต่งด้วยพรรณไม้เขียวนานาพันธุ์ มีมุมให้นั่งพักผ่อนคลาย  และสามารถมองจากภายในห้องพักแพทย์ออกมาเห็นต้นไม้ในสวนได้