มารีน่า น้องมาร์กี้ ร้องเพลง

คำขอจาก มารีน่า บาเล็นซิเอก้า ติอย่างไรไม่ว่า แต่ ‘อย่าไปฟ้องพี่หนู’

ต้องมารับบท ไวน์ ในซีรีส์ ‘WANNABE ฝัน-กล้า-บ้า-ดัง’ ที่กำลังมีให้ชมกันทาง VIU ทุกวันอังคาร-พุธ เวลา 20.00 น. โดยนางเอกสาว มารีน่า ศดานันท์ บาเล็นซิเอก้า บอกว่า

ในความรู้สึกของเธอตัวละครในเรื่องนี้มีความเป็นมนุษย์มากที่สุด นับตั้งแต่มีโอกาสได้เล่นละครมา ทั้งยังว่าความเป็นมนุษย์ดังกล่าวไม่ใช่แค่ตัวละครไวน์ แต่หมายถึงทุกๆ ตัวในละครที่นำเสนอชีวิตของคนที่ทำงานในวงการเพลง

ในส่วนของไวน์ที่ได้สัมผัสผ่านตัวอักษร บทละครที่เขียนมา มารีน่าบอกว่ามีความซับซ้อนมาก จากชีวิตที่เริ่มต้นจากจุดที่ไม่มีอะไรเลย จนค่อยๆ ไต่เต้าเป็นนักร้อง ร้องในบาร์ ผันตัวมาเป็นเด็กเอ็นฯ ผู้มีกฎเหล็กห้ามแขกแตะเนื้อต้องตัว

“มาทำตรงนี้แต่ยังไงก็ยังมีศักดิ์ศรีอยู่ และเขาก็มองว่าการมาทำตรงนี้ไม่ได้ผิด” นี่มารีน่าถ่ายทอดมุมมองของตัวละคร

มารีน่า น้องมาร์กี้ ร้องเพลง

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ในสายตาหลายๆ คนก็มีที่เห็นไปอีกด้านจากมุมมองที่ต่างกัน
ดังนั้น แม้จะมั่นใจในอาชีพการงานที่ทำ แต่ก็ไม่วายมีความขัดแย้งในใจ และก็ยังรู้สึกอายที่ถูกสังคมตราหน้า ด้อยค่าในความเป็นเธอ

กับเรื่องนี้ที่ต้องเป็นทั้งนักร้อง ต้องมาร้องเพลงแร็พ แล้วแถมตัวละครยังมีความซับซ้อนอย่างที่เล่า อีกอย่างของความยากที่เธอรู้สึก คือต้องต้องแยกความเป็น ‘มารีน่า’ กับความเป็น ‘ไวน์’ ออกมาให้คนได้เห็นอย่างชัดเจน

เพราะ “น่าก็เป็นนักร้อง ซึ่งคนก็มีภาพจำอยู่บ้าง พอมาในจอจึงต้องไม่ร้องเพลงแบบมารีน่า แต่ว่าต้องร้องแบบไวน์”

ด้วยเหตุนี้ก่อนถ่ายทำจึงมีการคิด ครีเอตสไตล์การร้องเพลง และวิธีการเพอร์ฟอร์มบนเวทีต่างๆ จนลงตัวที่ไวน์จะต้องมีความเป็นสาวมากกว่ามารีน่า มีการ ‘โชว์’ มากกว่ามารีน่า แต่ก็นะ จะโชว์มากเกินไปก็คงจะขัดเขิน

“จึงต้องหาความพอดีของน่ากับตัวละคร เพื่อที่จะไม่ให้รู้สึกเขินจนเกินไปค่ะ” มารีน่าบอกพลางยิ้ม

ในการแสดงละครเรื่องนี้ มารีน่าบอกว่า เป็นครั้งแรกเลยที่ตอนถ่ายทำเธอไม่จำเป็นต้องปิดรอยสักที่มีอยู่ในร่างกาย เพราะผู้กำกับเปิดไฟเขียว

“ให้ใส่ความเป็นตัวเองเข้าไป ใส่ความเป็นมนุษย์ ก็เลยรู้สึกว่าสนุกดีค่ะ”

มารีน่า น้องมาร์กี้ ร้องเพลง

จากวันแรกที่เข้าวงการตอนอายุได้ 14 ปี ถึงตอนนี้มารีน่าในวัย 26 บอกว่า เทียบกับวันแรกที่ว่า “เราเอ็นจอยกับมันเยอะขึ้นเลยค่ะ”

ด้วยจากตอนแรกที่มีความรู้สึกกลัวๆ มีความไม่แน่ใจว่าชอบงานนี้จริงไหม จึงต้องใช้เวลาในการรวบรวมความคิด และค้นหาตัวเอง

“น่าไม่ได้ตัดสินใจปุ๊บปั๊บว่าต้องเข้าวงการ คือค่อยๆ มากกว่าค่ะ ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย มีถ่ายแบบบ้าง เดินแบบบ้าง”

ค่อยๆ ก้าว ค่อยๆ รับ ก่อนจะมาแบบเต็มตัว “เป็น 12 ปีที่สนุก เรียนรู้อะไรเยอะ และทำให้มีความรับผิดชอบ และก็เป็นเราอย่างทุกวันนี้”

ความกังวลที่เคยมีเมื่อตอนนั้น ว่ายังทำได้ไม่ดีพอไหม ใครจะมองและคิดกับเราอย่างไร หรือพูดง่ายๆ ว่า “กังวลไปซะหมด” ถึงวันนี้เจ้าตัวบอกว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้ว

“ตอนนี้เราโฟกัสที่งาน และรู้สึกมีความสุขกับการทำงาน”

มารีน่า น้องมาร์กี้ ร้องเพลง

กับเรื่องที่หลายคนรู้จักเธอเพราะเป็นน้องสาวของ มาร์กี้ ราศรี มากกว่ารู้จักจากงานที่ทำ รวมทั้งยังมีการนำมาเปรียบเทียบกันนั้น มารีน่าบอกเลยว่าเธอไม่ได้คิดมาก

“น่าเข้าวงการหลังพี่กี้นานเหมือนกัน แล้วเราก็ไม่ได้อยู่เจนฯใกล้กัน บวกกับที่บ้านเราไม่กังวลเรื่องนี้ และเราต่างรู้ดีว่าเราเป็นครอบครัว”

“ถ้ากังวล ก็จะมีแค่ว่าถ้าเราทำไม่ดี แล้วมันจะสาวไปถึงพี่เราไหมมากกว่า”

ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้ “เราต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด”

คือ “ไม่ใช่ว่าไปกองแล้วทำตัวอะไรไม่รู้ จนคนไปฟ้องพี่ อันนี้น่ากลัวมาก คืออะไรก็ได้แต่อย่าไปฟ้องพี่หนูก็พอ”

ที่กำชับอย่างนั้น เพราะเหตุผลสำคัญคือ “พี่กี้ดุค่ะ”

“ตอนเด็กดุกว่าแม่อีก” มารีน่าบอกพลางหัวเราะร่า

มารีน่า น้องมาร์กี้ ร้องเพลง

แม้จะเมาธ์อย่างนั้น หากเอาเข้าจริงมารีน่าบอกว่า มาร์กี้คอยดูและให้คำแนะนำที่ดีกับเธอหลายเรื่อง

“ความที่เขาเข้าวงการมาก่อน ก็คงเห็นอะไรหลายๆ อย่าง ก็มีให้คำแนะนำ ทั้งทริกของการแสดง และเขารู้ว่าการอยู่ในวงการมันเป็นงานหนักและงานเหนื่อย ก็จะบอกว่าเจอมาแล้วเหมือนกัน ทำให้น่ารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เจออะไรแบบนั้นคนเดียว เพราะทุกคนเจอ”

กับงานที่มีแผนในใจ มารีน่าบอกว่าที่คิดๆ ไว้ คือจะทำเพลง

“ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทุ่มกับมันมากกว่านี้”

“อยากทำเพลงภาษาอังกฤษ ตั้งเป้าว่าจะทำเพลงที่เป็นตัวเองมากที่สุดค่ะ”

ส่วนเมื่อทำแล้วงานดังกล่าวจะพาไปถึงจุดไหน เป็นเรื่องอนาคตที่ยังไม่นึกถึง ที่นึกก็แค่ปัจจุบัน คือจะตั้งใจเต็มที่ เพื่อให้งานออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

มารีน่า น้องมาร์กี้ ร้องเพลง